สำหรับวันอาทิตย์ที่จะึถึงนี้ (6กันยายน) ทางวัดได้จัดงานบุญวันสาทไทย จึงขอนำเรื่องวันสาทไทยพอเล่าให้ฟังพอสังเขป วันสาทไทยจริงๆจะตรงกับวัน ขึ้น15ค่ำเดือน10 ซึ่งปีหนี้จะตรงกับวันที่ 3 กันยายน แต่เพื่อความสะดวกของญาติโยมที่มาทำบุญทางวัดจึงได้จัดให้ตรงกับวันอาทิตย์ ซึ่งก็คือวันที่ 6 กันยายนนี้เอง วันสาทไทยนั้นเป็นประเพณีที่มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ ตามหลักฐานพบว่ามีมาตั้งแต่ครั้งสมัยกรุงสุโขทัยเป็นราชธานี โดยมีหลักฐานในหนังสือของนางนพมาศ เนื่องจากศาสนาพราหมณ์เผยแพร่เข้ามาในประเทศไทย คนไทยจึงรับประเพณีนี้มาจากศาสนาพราหมณ์ด้วย ดังที่ปรากฏหลักฐานในหนังสือพระราชพิธีสิบสองเดือน ส่วนในศาสนาพุทธเรานั้น ก็มีปรากฎเรื่องราวในหนังสือพระธรรมบทเล่มหนึ่ง พอสรุปใจความได้ดังนี้
เมื่อ พระพุทธวิปัสสี่ ได้เกิดขึ้นในโลก มีพี่น้องสองคนชื่อ มหากาลเป็นพี่ และจุลกาลเป็นน้องทำการเกษตรกรรมร่วมกันปลูกข้าวสาลีบนที่ผืนเดียวกัน จุลกาลนั้นเห็นว่าข้าวสาลีที่กำลังท้องนั้นมีรสหวานอร่อย เห็นว่าควรนำข้าวนั้นไปถวายแด่พระสงฆ์ จึงนำความไปปรึกษากับมหากาลพี่ชาย แต่มหากาลไม่เห็นด้วยเนื่องจากไม่เคยมีผู้ใดเคยทำมาก่อน อีกทั้งก็ไม่เห็นประโยชน์ที่จะเกิดขึ้น แต่จุลกาลมีความตั้งใจอย่างแรงกล้าที่จะนำ ข้าวไปถวายแด่พระภิกษุ มหากาลจึงแบ่งที่ดินออกเป็น ๒ ส่วน ของตนส่วนหนึ่งและของจุลกาลส่วนหนึ่ง ซึ่งจะนำข้าวส่วนนั้นไปใช้กิจอันใดก็ได้ จุลกาลจึงนำเมล็ดข้าวที่กำลังตั้งท้องมาผ่านำเมล็ดข้าวต้มกับน้านมสด ใส่เนยใส น้ำผึ้ง น้ำตาลทรายกรวด เมื่อเสร็จแล้วจึงนำไปถวายแด่พระสงฆ์ เมื่อถวายภัตตาหารเหล่านี้แด่พระสงฆ์ จุลกาลได้ทูลความปราถนาของตนกับพระพุทธเจ้าว่า “ด้วยศัพภสลีทานนี้จงเป็นเหตุให้ข้าพเจ้าบรรลุธรรมวิเศษก่อนชน
ทั้งปวง” เมื่อจุลกาลเสร็จธุระจากการถวายภัตตาหารแด่ภิกษุจึงกลับไปดูนาของตนก็พบว่าข้าวสาลีในนานั้นมี ความเจริญงอกงามสมบูรณ์เป็นอย่างมากต่อมาเมื่อข้าวสาลีเจริญขึ้นจนเป็นข้าวเม่า จุลกาลก็นำไปถวายพระสงฆ์อีก และได้ทำต่อมาอีกหลายครั้ง คือเมื่อเก็บเกี่ยวข้าว เมื่อทำเขน็ด เมื่อทำฟ่อน เมื่อขนไว้ในลาน เมื่อนวด ข้าว เมื่อรวมเมล็ดข้าว เมื่อขนขึ้นฉาง รวมทั้งหมด ๙ ครั้งแต่ข้าวในนาของจุลกาลกลับอุดมสมบูรณ์ยิ่งขึ้นมิได้ขาดหายไป ต่อมาจุลกาลได้มาเกิดเป็นพระอัญญาโกณฑัญญะ เมื่อพระพุทธเจ้าทรงประกาศศาสนาด้วยผลบุญห่งการถวายข้าวแด่พระสงฆ์ ท่านอัญญาโกณฑัญญะจึงเป็นบุคคลแรกที่สำเร็จมรรคผลบรรลุธรรมวิเศษก่อนคนทั้งปวงตามที่ได้ปรารถนาไว้ในแต่ชาติจุลกาล ต่อมาผู้คนที่ได้รู้เรื่องราวนี้จึงเ็ห็นดีได้ทำตามแบบอย่างจุลกาลโดยได้นำเอาข้าวมาปรุงด้วยน้ำตาลน้ำผึ้งฯลฯ จนเป็นข้าวกระยาสารทแล้วนำไปทำทานแด่พระสงฆ์บ้าง เพื่อนบ้านบ้าง แล้วทำสืบต่อกันมาเป็นประเพณีจนถึงทุกวันนี้ นี่ก็เป็นเรื่องราวที่เกี่ยวกัับวันสาทไทยจะขอกล่าวโดยย่อไว้เพียงเท่านี้ก่อน ส่วนการทำข้าวกระยาสารทและการจัดงานของวัดจะมานำเสนอในภายหลัง..
เรื่องราวของวันสาทไทยโดยย่อ
กันยายน 1st, 2009 No Comments
RSS Feed
Twitter
Posted in
Tags: 